วันพฤหัสบดีที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2557

แบบทดสอบ O-NET ม. 6 (คอมพิวเตอร์)

คำสั่ง ให้นักเรียนทำเครื่องหมายกากบาท(X)ทับข้อที่ถูกที่สุดเพียงข้อเดียว

1.ข้อใดไม่ใช่ระบบปฏิบัติการที่นำมาใช้บนอุปกรณ์พกพา
ประเภท  Smartphone.
1.  Ubumtu       2.  Iphone  os
3.  Android      4.  Symbian
เฉลยข้อ  1


2.ไฟล์ประเภทใดในข้อต่อไปนี้เก็บข้อมูลในลักษณะตัวอักษร.
1.  ไฟล์เพลง  MP 3 (mp 3)
2.  ไฟล์รูปประเภท  JPEG (jpeg)
3.  ไฟล์แสดงผลหน้าเว็บ (html)
4.  ไฟล์วีดีโอประเภท  Movie (movie)
เฉลยข้อ  3

3.ลิขสิทธิ์โปรแกรมประเภทรหัสเปิด(Open Source)อนุญาต
ให้ผู้ใช้ทำอะไรได้บ้าง.
ก.  นำโปรแกรมมาใช้งานโดยไม่ต้องเสียค่าลิขสิทธิ์
ข.  ทดลองใช้โปรแกรมก่อนถ้าพอใจจึงจ่ายค่าลิขสิทธิ์
ค.  แก้ไขปรับปรุงโปรแกรมเองได้

1.  ข้อ  ก กับ  ข้อ  ค      2.  ข้อ  ข  กับ  ข้อ  ค
3.  ข้อ  ข  อย่างเดียว     4.  ข้อ  ก  อย่างเดียว
เฉลยข้อ  4

4.ระบบกระดานสนทนาหรือเว็บบอร์ดแห่งหนึ่งมีความต้องการดังนี้
ก.  ต้องให้ผู้ใช้สามารถตั้งกระทู้โต้ตอบกันได้โดยผู้ใช้
ต้องแสดงตัวตน(ล็อกอิน)เพื่อเข้าระบบก่อน
ข.  ผู้ใช้สามารถตั้งกระทู้หรือเข้าไปตอบกระทู้ที่ตั้งไว้แล้วได้
ค.  ระบบจะบันทึกชื่อผู้ตั้งและผู้ตอบไว้ด้วย
ในการออกแบบฐานข้อมูลดังกล่าวข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง.
1.  ต้องสร้างตารางผู้ใช้ ตารางกระทู้และตารางคำตอบ
2.  ไม่ต้องสร้างตารางผู้ใช้เนื่องจากสามารถบันทึกชื่อ
ผู้ใช้ในตารางกระทู้และตารางคำตอบได้เลย
3.  ต้องสร้างตารางผู้ใช้และตารางกระทู้ส่วนคำตอบจะอยู่
ในตารางกระทู้อยู่แล้ว
4.  ไม่ต้องสร้างตารางกระทู้เพราะสามารถบันทึกกระทู้ที่ผู้ใช้
ตั้งในตารางผู้ใช้ได้เลย
เฉลยข้อ  4

5.อุปกรณ์ข้อใดคือหน่วยประเมินผลกลางของคอมพิวเตอร์
.เฉลย  CPU


6.ข้อใดเป้นการปฏิบัติที่ถูกต้องตามหลักวิชาการเมื่อค้นคว้า
หาข้อมูลจากอินเทอร์เนตมาทำรายงาน.
1.  คัดลอกเนื้อหาจากเว็บไซต์
2.  ใช้เนื้อหาจากกระดานสนทนา(Web board)มาใส่ในรายงาน
3.  นำรูปภาพจากเว็บไซต์มาใส่ในรายงาน
4.  อ้างอิงชื่อผู้เขียนบทความ
เฉลยข้อ  4


5.ห้องสมุดแห่งหนึ่งต้องการพัมนาระบบยืมหนังสือโดยสามารถ
บันทึกข้อมูลการยืมหนังสือลงบนบัตรอิเลคโทรนิกส์โดยไม่ต้อง
เขียนด้วยมือระบบนี้ควรใช้เทคโนโลยีในข้อใด.
1.  Smart  Card          2.  Fingerprint
3.  Barcode                 4.  WiFi
เฉลยข้อ  3

6.ผู้ประกอบอาชีพเป็นผู้พัฒนาเว็บไซต์ต้องเชี่ยวชาญความรู้
ด้านใดบ้างจากตัวเลือกต่อไปนี้.
ก.  ฮาร์แวร์คอมพิวเตอร์       ข.  ระบบปฎิบัติการ
ค.  เว็บเซิร์ฟเวอร์                   ง.  HTML
จ.  ระบบฐานข้อมูล                ฉ.  ภาษาจาวา(Java)
1.  ข้อ  ก และ ค                    2.  ข้อ  ข  และ  จ
3.  ข้อ  ค  และ  ง                   4.  ข้อ  ค  และ  ฉ
เฉลยข้อ  3

7.ข้อใดเป็นเทคโนโลยีการเชื่อมต่อข้อมูลไร้สายทั้งหมด.
1.  Wi-Fi  ,  IP              2.  Wi-Fi  ,Bluetooth
3.  3G  ADSL                4.  3G    Ethernet
เฉลยข้อ  2


8.ข้อใดไม่ใช่ข้อเสียของการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์.
1.  การทำผิดกฏหมายลิขสิทธิ์มีความผิดทางอาญา
2.  เป็นช่องทางหนึ่งในการระบาดของไวรัสคอมพิวเตอร์
3.  ผู้ใช้จะไม่ได้รับการบริการจากผู้พัมนาถ้าหากมีปัญหาการใช้งาน
4.  ทำให้ผู้พัมนาซอฟแวร์ไม่มีรายได้เพื่อประกอบการและพัฒนาต่อไปได้
เฉลยข้อ  2


9.ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้องที่สุด.
1.  การบันทึกข้อมูลลงแผ่นดีวีดีใช้เทคโนโลยีแบบแม่เหล็ก
2.  หมายเลขไอพีเป็นหมายเลขที่ใช้กำกับ  Network Interce Card
3.  หน่วยความจำสำรองเป็นหน่วยความจำที่มีคุณลักษณะแบบ Volntile
4.  รหัส ACIIและEBCIDICเป็นการวางรหัสตัวอักษรที่ใช้ขนาด  8 บิด
เฉลยข้อ  3 

ข้อสอบโอเน็ตปี 51


https://docs.google.com/file/d/0B5W5MAKklqiiRjl1RFVuRnVjNWs/edit

แนวข้อสอบ O-NET ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

1. ข๎อใดเป็นการเรียงล าดับวิวัฒนาการของวงจรคอมพิวเตอร๑จนถึงปัจจุบันได๎ถูกต๎อง
1. หลอดสุญญากาศ, ทรานซิสเตอร๑, วงจรไอซี, วงจรรวมความจุสูง
2. หลอดสุญญากาศ, วงจรไอซี, ทรานซิสเตอร๑, วงจรรวมความจุสูง
3. ทรานซิสเตอร๑, หลอดสุญญากาศ, วงจรไอซี, วงจรรวมความจุสูง
4. ทรานซิสเตอร๑, วงจรไอซี, หลอดสุญญากาศ, วงจรรวมความจุสูง

2. ข๎อใดเป็นการพิจารณาเลือกซื้ออุปกรณ๑หนํวยความจ าแฟลชได๎อยํางเหมาะสม
1. เลือกซื้อแฮนดีไดรฟ์ที่มีรูปทรงสวยงาม
2. เลือกซื้อแฮนดีไดรฟ์ที่มีราคายํอมเยา
3. เลือกซื้อธัมไดรฟ์ที่มีการรับประกันคุณภาพ
4. เลือกซื้อแฮนดีไดรฟ์โดยพิจารณาจากค าโฆษณาและของแถม

3. อุปกรณ๑ชนิดใดตํอไปนี้สามารถบันทึก ลบ และบันทึกข๎อมูลซ้ าได๎
1. แผํนซีดีรอม 2. แผํนซีดีอาร๑
3. แผํนดีวีดีรอม 4. แผํนซีดีอาร๑ดับบลิว
79. ไฟล๑ประเภทใดในข๎อตํอไปนี้ที่เก็บข๎อมูลในลักษณะตัวอักษร
1. ไฟล๑เพลง MP3 (.mp3)
2. ไฟล๑รูปประเภท JPEG (.jpg)
3. ไฟล๑แสดงผลบนหน๎าเว็บ (.html)
4. ไฟล๑วิดีโอประเภท Movie (.mov)

4. ข๎อใดกลําวถูกต๎องเกี่ยวกับหนํวยความจ าหลักของคอมพิวเตอร๑
1. หนํวยความจ าหลักประกอบด๎วย แรม รอม และซีพียู
2. หนํวยความจ ารอม เป็นชุดค าสั่งที่ติดตั้งแบบไมํถาวร
3. ผู๎ใช๎งานสามารถเพิ่มเติมชุดค าสั่งในหนํวยความจ ารอมได๎
4. ข๎อมูลตํางๆ ที่อยูํในแรมจะหายไปหากไมํมีไฟฟ้าหลํอเลี้ยงระบบ15

5. ข๎อใดคืออุปกรณ๑คอมพิวเตอร๑ที่จัดเป็นหนํวยรับเข๎าและสํงออก
1. เมาส๑ (Mouse)
2. ฮาร๑ดดิสก๑ (Hard Disk)
3. แผํนรองสัมผัส (Touch Pad)
4. จอภาพสัมผัส (Touch Screen)

6. ข๎อใดเป็นการเลือกใช๎เครื่องพิมพ๑ที่เหมาะสมกับงาน
1. ใช๎เครื่องพิมพ๑เลเซอร๑ พิมพ๑รายงาน 3 หน๎า
2. ใช๎เครื่องพิมพ๑เลเซอร๑ พิมพ๑เอกสารในส านักงาน
3. ใช๎เครื่องพิมพ๑ฉีดหมึก พิมพ๑หนังสือหลายเลํม
4. ใช๎เครื่องพิมพ๑ฉีดหมึก พิมพ๑งานในส านักพิมพ๑

7. นักเรียนควรเลือกซื้อสแกนเนอร๑ในข๎อใด
1. สแกนเนอร๑ที่มีราคาแพง
2. สแกนเนอร๑ที่มีขนาดใหญํ
3. สแกนเนอร๑ที่เป็นยี่ห๎อที่มีชื่อเสียง
4. สแกนเนอร๑ที่เป็นยี่ห๎อที่มีศูนย๑บริการหลายที่


8. ในปัจจุบันเครื่องรับโทรทัศน๑ที่ใช๎เทคโนโลยีใหมํที่มีความบางและความคมชัดสูงที่สุด เป็นจอแสดง
ภาพชนิดใด
1. CRT 2. LCD
3. LED 4. PLASMA

9. ข๎อใดคือการช าระเงินคําสินค๎าและบริการผํานเครือขํายอินเทอร๑เน็ต
1. E-News 2. E-Sourcing
3. E-Learning 4. E-Payment

10. ข๎อใดหมายถึงการพาณิชย๑เล็กทรอนิกส๑ (Electronics Commerce)
1. การสํงพัสดุสินค๎าทางรถไฟ
2. การช าระคําเทอมทางไปรษณีย๑
3. การถอนเงินที่เคาน๑เตอร๑ธนาคาร
4. การสั่งซื้อเสื้อผ๎าผํานระบบอินเทอร๑เน็ต

11. เด็กหญิงแก๎วใช๎คอมพิวเตอร๑โน๎ตบุ๏กท างาน โดยใช๎โปรแกรม PowerPoint
 จาก
1. แฮนดีไดรฟ์
2. เด็กหญิงแก๎ว
3. คอมพิวเตอร๑โน๎ตบุ๏ก
4. โปรแกรม PowerPoint

12. ข๎อมูลใดตํอไปนี้ถือเป็นลักษณะของข๎อมูลสารสนเทศที่ดี
1. จ านวนผู๎ใช๎บริการโทรศัพท๑มือถือใน พ.ศ. 2538
2. จ านวนปริมาณน้ าฝนที่ได๎จากการคาดคะเนของสมาชิกในชุมชน
3. จ านวนประชากรของประเทศไทยปีลําสุดจากส านักงานสถิติแหํงชาติ
4. จ านวนสินค๎าทั้งหมดในร๎านสะดวกซื้อจากค าบอกเลําของชาวบ๎านละแวกนั้น

13. ในการเลือกตั้งประธานนักเรียนของโรงเรียนแหํงหนึ่ง ได๎มีการใช๎คอมพิวเตอร๑เข๎ามาชํวยในการจัดการ
ข๎อมูลตํางๆ ข๎อมูลใดตํอไปนี้ถือเป็นสารสนเทศในการเลือกประธานนักเรียน
1. รายชื่อผู๎มีสิทธิ์เลือกตั้ง
2. รายชื่อผู๎สมัครรับเลือกตั้ง
3. คะแนนการเลือกตั้งที่ป้อนสูํคอมพิวเตอร๑
4. แผนภูมิแทํงเปรียบเทียบผลคะแนนการเลือกตั้ง

14. ข๎อใดเป็นธุรกรรมทางการเงิน โดยผํานเครือขํายคอมพิวเตอร๑
1. E-Mail
2. E-Banking
3. E-Exhibition
4. E-Advertising

15. นักเรียนมีวิธีใช๎อุปกรณ๑คอมพิวเตอร๑อยํางไรเพื่อชํวยลดภาวะโลกร๎อน
1. ปิดเครื่องเมื่อไมํใช๎งาน และพิมพ๑งานเมื่อจ าเป็น
2. เลือกใช๎จอแอลซีดีและปรับปรุงซอฟต๑แวร๑ให๎ทันสมัย
3. ใช๎คอมพิวเตอร๑วันละ 1 ชม. และรักษาความสะอาดอยูํเสมอ
4. ไมํเชื่อมตํอระบบเครือขํายและใช๎เครื่องพิมพ๑ฉีดหมึกเทํานั้น

16. ข๎อใดเป็นวิธีการป้องกันไมํให๎เกิดผลกระทบทางลบในการใช๎เทคโนโลยีสารสนเทศที่ดีที่สุด
1. การลดราคาเครื่องคอมพิวเตอร๑ให๎ถูกลง
2. จัดหาโปรแกรมที่ป้องกันการเข๎าใช๎งานเว็บไซต๑ที่ไมํเหมาะสม
3. การหาโปรแกรมป้องกันไวรัสที่มีคุณภาพดีมาใช๎ในคอมพิวเตอร๑
4. การปลูกฝังคุณธรรมและจริยธรรมการใช๎เครือขํายอินเทอร๑เน็ตตั้งแตํวัยเด็ก

17. หากครูต๎องการบันทึกและวิเคราะห๑คะแนนของนักเรียน แล๎วแสดงข๎อมูลสรุปในรูปแบบของแผนภูมิ
ครูควรเลือกใช๎ซอฟต๑แวร๑ใด
1. ซอฟต๑แวร๑น าเสนอ
2. ซอฟต๑แวร๑ฐานข๎อมูล
3. ซอฟต๑แวร๑ประมวลค า
4. ซอฟต๑แวร๑ตารางท างาน

18. แพรวาได๎รับมอบหมายให๎น าเสนอรายงานหน๎าชั้นเรียนด๎วยคอมพิวเตอร๑ แพรวาควรใช๎โปรแกรมใด
1. Microsoft Word 2. Microsoft Excel
3. Microsoft Access 4. Microsoft PowerPoint
95. ชื่อของเว็บไซต๑ที่ลงท๎ายด๎วย .ac.th ตรงกับข๎อใด
1. เป็นเว็บไซต๑ที่เป็นหนํวยงานเอกชน
2. เป็นเว็บไซต๑ที่เกี่ยวกับการศึกษาประเทศไทย
3. เป็นเว็บไซต๑ที่เกี่ยวกับองค๑กรของรัฐในประเทศไทย
4. เป็นเว็บไซต๑ที่เกี่ยวกับผู๎ให๎บริการเครือขํายในประเทศไทย

19. ข๎อใดเป็นการน าระบบสารสนเทศและการสื่อสารข๎อมูลมาใช๎ในงานอยํางเหมาะสมและคุ๎มคํา
ตํอการลงทุน
1. ใช๎ในงานฟาร๑มเลี้ยงปลากระชัง
2. ใช๎ท าบัญชีรายรับรายจํายสํวนบุคคล
3. ใช๎ในการปลูกผักในแปลงเกษตรดั้งเดิม
4. ใช๎ในการควบคุมการผลิตและจ าหนํายชิ้นสํวนรถยนต๑ของโรงงาน

20. ข๎อใดไม่ใช่ระบบปฏิบัติการที่น ามาใช๎บนอุปกรณ๑พกพาประเภท Smartphone
1. Ubuntu 2. Android
3. Symbian 4. iPhone OS18

21. ข๎อใดจัดเป็นมารยาทที่ดีในการใช๎เครือขําย
1. สมชายคัดลอกโปรแกรม รูปภาพ หรือสิ่งใดบนอินเทอร๑เน็ตมาใช๎
2. รัชนูน าบัญชีอินเทอร๑เน็ตของบริษัทไปใช๎ที่บ๎าน
3. บุญชูพบรูรั่วของระบบและรีบแจ๎งผู๎ดูแลระบบทันที
4. สิทธิพรสํงจดหมายอิเล็กทรอนิกส๑ชวนเชื่อไปให๎ผู๎อื่นสํงตํอเป็นทอดๆ

22. ข๎อใดเป็นการป้องกันและแก๎ไขปัญหาอาชญากรรมคอมพิวเตอร๑
1. การเผยแพรํความรู๎เรื่องอาชญากรรมคอมพิวเตอร๑แกํผู๎ใช๎คอมพิวเตอร๑
2. การสํงเสริมจริยธรรมในการใช๎คอมพิวเตอร๑แกํเยาวชน
3. การบัญญัติกฎหมายเฉพาะเกี่ยวกับอาชญากรรมคอมพิวเตอร๑
4. การจัดตั้งหนํวยงานเกี่ยวกับอาชญากรรมคอมพิวเตอร๑

23. ข๎อใดเป็นการใช๎อินเทอร๑เน็ตที่ขัดตํอศีลธรรมอันดีงามของสังคมไทย
1. การประกาศจับอาชญากรในเว็บไซต๑ของส านักงานต ารวจแหํงชาติ
2. การจ าหนํายสินค๎าราคาแพงกวําท๎องตลาดในเว็บไซต๑ของบริษัทแหํงหนึ่ง
3. การให๎บริการเกมตํอสู๎ออนไลน๑ของบริษัทเกม
4. การน าเสนอภาพถํายเปลือยของนางแบบที่ได๎รับรางวัลผิวดีในนิตยสารออนไลน๑

วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

การเขียนโปรแกรม PHP กับการใช้งานฟังก์ชั่น isset()





การเขียนโปรแกรม PHP ปัจจุบันจึงต้องมีการตรวจสอบชื่อตัวแปรที่เรียกใช้งานทุกครั้งที่ไม่แน่ใจว่าตัวแปรนั้นมีอยู่จริงหรือไม่ เช่น เรารับค่าจากฐานข้อมูลซึ่งกำหนดให้สร้าง index หรือคีย์ของอาร์เรย์ตามค่าในฟิลด์ แล้วเกิดข้อมูลบางแถวไม่มีค่า หรือเป็นค่าว่าง ก็จะทำให้เกิดข้อผิดพลาดตอนเรียกใช้อารเรย์แถวนั้นๆได้

และการเรียกใช้ $_SESSION ก็เช่นกัน บางครั้งอาจจะไม่ได้ล็อกอิน หรือยังไม่มีการสร้าง $_SESSION นั้นๆขึ้นมา แต่มีโค๊ดตรวจสอบ index ที่ไม่มีอยู่จริงก็ทำให้เกิดข้อความแจ้งข้อผิดพลาดขึ้นได้

ตัวอย่างฟังชันก์ PHP

เรียน PHP กับการสร้างฟังก์ชั่น ใช้งานเอง


ตัวอย่างการสร้างฟังก์ชั่นใช้งานเอง

<?php
//ฟังก์ชั่นแปลงวันที่เป็นแบบไทย
function setDateToThai($date){

 $thaiMonthArr = array( 0=>"", 1=>"มกราคม", 2=>"กุมภาพันธ์", 3=>"มีนาคม", 4=>"เมษายน",
   5=>"พฤษภาคม", 6=>"มิถุนายน", 7=>"กรกฎาคม", 8=>"สิงหาคม", 
   9=>"กันยายน", 10=>"ตุลาคม", 11=>"พฤศจิกายน", 12=>"ธันวาคม"                    
 );
 $dArr = explode('-', $date);
$strDate = $dArr[2] . ' ' . $thaiMonthArr[(int)$dArr[1]] . ' ' . ($dArr[0]+543);

 return $strDate;

}

?>
<html>
<head>
<meta http-equiv="Content-Type" content="text/html; charset=utf-8">
</head>
<body>
 <h4>ตัวอย่างการสร้างฟังก์ชั่นแปลงวันที่ ค.ศ. เป็นวันที่แบบไทย</h4>
 <pre>
 วันที่ 2012-05-23 = <b><?php echo setDateToThai('2012-05-23 ');?></b>
 วันที่ 2012-05-23 = <b><?php echo setDateToThai('2012-10-15 ');?></b>
 </pre>
</body>
</html>

ลิงค์รวบรวมตัวอย่างการเรียกใช้งานฟังก์ชั่นของ PHP ที่มีให้เราใช้งาน
http://www.thaicreate.com

ที่มาhttp://www.sunzan-design.com/2013/03/php-function-defined.html 

การเขียน PHP เชื่อมต่อฐานข้อมูล

connect.php

<html>
<head>
<title>SunZan-Desgin.Com</title>
</head>
<body>
<?php
 $conn = mysql_connect("localhost","root","123456");
 if($conn )
 {
  echo "เชื่อมต่อฐานข้อมูลเรียบร้อย.";
 }
 else
 {
  echo "ไม่สามารถเชื่อมต่อฐานข้อมูลได้.";
 }

 mysql_close($conn );
?>
</body>
</html>


แต่การนำไปใช้จริง เราไม่จำเป็นต้อง echo ข้อความแจ้งว่าเชื่อมต่อเรียบร้อยก็ได้ แล้วค่าที่ส่งเข้าไปในฟังก์ชั่นควรกำหนดเป็นตัวแปรเพื่อง่ายต่อการแก้ไข


connect.php

<html>
<head>
<title>SunZan-Desgin.Com</title>
</head>
<body>
<?php
$host = "localhost";
$user = "root";
$pass = "123456";
$dbname = "db_student";

$conn = mysql_connect($host,$user,$pass) or die( "ไม่สามารถติดต่อฐานข้อมูลได้ ". mysql_error());



mysql_select_db($dbname) or die("เชื่อมต่อฐานข้อมูลไม่ได้ ". mysql_error());



//แสดงข้อมูลจากตารางห้องเรียน

$sql="select * from tb_class order by title_club ASC";

$result=mysql_query($sql); 

while ($w=mysql_fetch_array($result)) {

    $id_club=$w[id_class]; 

    $title_club=$w[title_class];

    echo "
", $id, " : ", $title;

}
mysql_close($conn );
?>
</body>
</html>


เราจะเห็นข้อความแจ้งเตือนก็ต่อเมื่อไม่สามารถเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลเท่านั้น เพื่อให้ทราบถึงข้อขัดข้องในการทำงานขณะนั้น


mysql_select_db($dbname);

คือการเรียกใช้ฐานข้อมูลที่กำหนดตามตัวแปรคือ db_student


หลังที่ที่เราเลือกฐานข้อมูลแล้ว ก็จะสามารถเรียกดูข้อมูลจากตารางต่างๆ เพื่อนำมาทำรายงาน หรือเพิ่ม ลบ แก้ไขข้อมูลด้วยคำสั่งต่างๆ ของ SQL ซึ่งสามารถหาดูตัวอย่างได้จากเว็บไซต์ที่สอบเขียนโปรแกรม php หลายๆเว็บ

ที่มาhttp://www.sunzan-design.com/2013/04/mysql.html

พีเอชพี (PHP) คืออะไร


 พีเอชพี (PHP) คือ ภาษาคอมพิวเตอร์ในลักษณะเซิร์ฟเวอร์-ไซด์ สคริปต์ โดยลิขสิทธิ์อยู่ในลักษณะโอเพนซอร์ส ภาษาพีเอชพีใช้สำหรับจัดทำเว็บไซต์ และแสดงผลออกมาในรูปแบบ HTML โดยมีรากฐานโครงสร้างคำสั่งมาจากภาษา ภาษาซี ภาษาจาวา และภาษาเพิร์ล ซึ่ง ภาษาพีเอชพี นั้นง่ายต่อการเรียนรู้ ซึ่งเป้าหมายหลักของภาษานี้ คือให้นักพัฒนาเว็บไซต์สามารถเขียน เว็บเพจ ที่มีความตอบโต้ได้อย่างรวดเร็ว
การเขียนโปรแกรมจะมีอยู่ 2 แบบWindows based Application (Desktop Application)

1. Windows based คือโปรแกรมที่ต้องติดตั้งกับเครื่องของผู้ใช้แต่ละคนแต่ละเครื่องโดยที่อาจ จะใช้ฐานข้อมูลเซิร์ฟเวอร์เดียวกัน หรือฐานข้อมูลเครื่องใครเครื่องมันก็แล้วแต่วัตถุประสงค์ของโปรแกรมนั้นๆ หากเป็นกรณีที่ใช้ฐานข้อมูลร่วมกันจะมีการเก็บข้อมูลไว้ที่เซิร์ฟเวอร์ แต่โปรแกรมที่ใช้งานจะอยู่ที่เครื่องใครเครื่องมัน ดังนั้นสเปกคอมพิวเตอร์ที่ใช้จะต้องใกล้เคียงกันตามข้อกำหนดของโปรแกรมนั้นๆ

2. Web based คือโปรแกรมที่ทำงานบนเว็บเซิร์ฟเวอร์โดยรันผ่านโปรแกรมเว็บบราวเซอร์ทั่วไป เช่น Internet Explorer, Mozilla Firefox, Google Chrome, Opera, Safari ฯลฯ ไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมหรือสคริปต์ที่พัฒนาขึ้นในแต่ละเครื่อง เพราะจะเรียกใช้งานผ่านเซิร์ฟเวอร์ด้วยเว็บเบราเซอร์ต่างๆ เหมาะสำหรับระบบจัดการข้อมูล และรายงานต่างๆ แต่ไม่เหมาะกับการควบคุมฮาร์ดแวร์เช่นลิ้นชักเก็บเงิน หรือฮาร์ดแวร์อื่นๆ ที่ระบบ Windows based สามารถสั่งงานได้

วันพฤหัสบดีที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ชนิดของฟิลด์

ฟิลด์ คือ กลุ่มของอักขระทีสัมพันธ์กัน ตั้งแต่ 1 ตัวขึ้นไปที่นำมารวมกันแล้วแสดงลักษณะหรือความหมายอย่างใดอย่างหนึ่ง ฟิลด์แต่ละฟิลด์ยังแยกออกเป็นประเภทข้อมูล ซึ่งจะบ่งบอกว่าในเขตฟิลด์นั้นบรรจุข้อมูลประเภทใดไว้ สามารถแยกประเภทของฟิลด์ได้เป็น 3 ประเภทคือ
          - ฟิลด์ตัวเลข (numeric field) ประกอบด้วย อักขระที่เป็นตัวเลข ซึ่งอาจเป็นเลขจำนวนเต็มหรือทศนิยมและอาจมีเครื่องหมายลบหรือบวก เช่น ยอดคงเหลือในบัญชีเป็นกลุ่มของตัวเลข
          - ฟิลด์ตัวอักษร (alphabetic field) ประกอบด้วย อักขระที่เป็นตัวอักษรหรือช่องว่าง (blank) เช่น ชื่อลูกค้าเป็นกลุ่มของตัวอักษร
          - ฟิลด์อักขระ (character field หรือ alphanumeric field) ประกอบด้วย อักขระซึ่งอาจจะเป็นตัวเลขหรือตัวอักษรก็ได้ เช่น ที่อยู่ของลูกค้า
       ข้อมูลที่ปรากฏอยู่ในฟิลด์ เป็นหน่วยย่อยของระเบียนที่บรรจุอยู่ในแฟ้มข้อมูล เช่น ฟิลด์เลขรหัสประจำตัวบุคลากร ฟิลด์เงินเดือนของลูกจ้าง หรือฟิลด์เลขหมายโทรศัพท์ของพนักงาน ตัวอย่าง เช็คของธนาคารแห่งหนึ่งประกอบด้วย ชื่อที่อยู่ธนาคาร เช็คเลขที่ จ่ายจำนวนเงินเป็นตัวเลข จำนวนเงินเป็นตัวอักษร สาขาเลขที่ เลขที่บัญชี และลายเซ็น
       ฟิลด์บางฟิลด์อาจจะประกอบด้วยข้อมูลหลาย ๆ ประเภทรวมกันในฟิลด์ เช่น ฟิลด์วันที่ประกอบด้วย 3 ฟิลด์ย่อย ๆ คือ วันที่ เดือน และปี หรือในฟิลด์ชื่อธนาคาร ยังประกอบด้วยหลายฟิลด์ย่อย ๆ คือ ชื่อธนาคาร ที่อยู่ เมือง ประเทศ และรหัสไปรษณีย์

Oracle ออราเคิล

Oracle คือ โปรแกรมจัดการฐานข้อมูล ผลิตโดยบริษัทออราเคิล ซึ่งเป็นโปรแกรมจัดการฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ หรือ DBMS(Relational Database Management System) ตัวโปรแกรมนี้จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางคอยติดต่อ ประสาน ระหว่างผู้ใช้และฐานข้อมูล ทำให้ผู้ใช้งานสามารถใช้งานฐานข้อมูลได้สะดวกขึ้น เช่นการค้นหาข้มูลต่างๆภายในฐานข้อมูลที่ง่ายและสะดวก โดยผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องทราบถึงโครงสร้างภายในของฐานข้อมูลก้สามารถเข้าใช้ฐานข้อมุลนั้นได้
ข้อดีของ Oracle
1.เทคโนโลยี Rollback Segment ถูกนำมาใช้ในโปรแกรม Oracle ประโยชน์ Rollback Segment คือ สามารถจัดการกับข้อมูลในกรณีที่เกิดการล้มเหลวของระบบ หรือภาวะระบบไม่สามารถให้บริการได้ ด้วยเทคโนโลยี Rollback Segment จะจัดการ Instance Recovery ข้อมูลไม่ให้เกิดความเสียหายอันเนื่องมาจาก การล้มเหลวของระบบ ได้อย่างดีมาก  
2. Oracle ยังมีส่วนที่เรียกว่า Timestamp ทำงานเกี่ยวข้องกับ Concurrency Control เป็นส่วนที่จัดการการทำงานกับหลาย ๆ Transaction ในเวลาเดียวกัน โดยทุก ๆ Transaction จะมี Timestamp เป็นตัวกำหนดเวลาเริ่มต้นของการประมวลผล (Process) ซึ่งช่วยในการขจัดปัญหาหลักของ Concurrency Problems 
3.Oracle ใช้ได้กับฐานข้อมูลกว่า 80 แพลตฟอร์ม ซึ่งครอบคลุมเกือบทุกแพลตฟอร์มที่มีอยู่ในปัจจุบัน เริ่มตั้งแต่เครื่องคอมพิวเตอร์บนเมนเฟรมมินิคอมพิวเตอร์พีซี บนระบบปฏิบัติการตั้งแต่ Window 9x, NT, Window CE, UNIX, SOLARIS, LINUX  โดยที่ในทุกพอร์ตมีโครงสร้างการเหมือนกันๆหมด คำสั่งที่ใช้ก็เป็นแบบเดียวกัน สามารถทำงานร่วมกันได้ สามารถนำข้อมูลจากพอร์ตหนึ่งไปพอร์ตอื่นได้อย่างไม่มีปัญหา
ประเภทของ Oracle
1. Personal Oracle
2. Oracle Server
     ทั้ง แบบนี้มีลักษณะการใช้งานและคำสั่งเหมือนกัน แต่ต่างกันที่ Personal Oracle คือฐานข้อมูลที่เมื่อติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์แล้ว ผู้ใช้จะต้องนั่งทำงานกับ Oracle นี้ที่หน้าเครื่องท่านั้น ส่วนของ Oracle Server คือ ฐานข้อมูลในลักษณะเซิร์ฟเวอร์ คือเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งโปรแกรมของ Oracle Server ไว้ และยอมให้ผู้ใช้งานเรียกฐานข้อมูล หรือจัดการกับข้อมูลจากเครื่องคอมพิวเตอร์อื่น ๆ ได้(เรียกเครื่องอื่นๆ เป็นไคลเอนต์) ดังนั้นถ้าต้องการให้มีผู้เรียกใช้ข้อมูลจากฐานข้อมูลหลาย ๆ คนได้ ก็ควรต้องเลือกแบบที่เป็น Oracle Server

SQL Server

SQL Server คืออะไร

            SQL Server เป็นระบบจัดการฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ (relational database management system หรือ RDBMS) จาก Microsoft ที่ได้รับการออกแบบสำหรับสภาพแวดล้อมวิสาหกิจ SQL Server เรียกใช้บน T-SQL (Transact -SQL) ชุดของส่วนขยายโปรแกรมจาก Sybase และ Microsoft ที่เพิ่มหลายส่วนการทำงานจาก SQL มาตรฐาน รวมถึงการควบคุมทรานแซคชัน, exception และการควบคุมความผิดพลาด, การประมวลผลแถว และการประกาศตัวแปร
Yukon เป็นชื่อรหัสในการพัฒนา SQL Server 2005 ได้รับการเผยแพร่ในเดือนพฤศจิกายน 2548 ผลิตภัณฑ์ 2005 ได้รับการกล่าวว่าให้ความยืดหยุ่น ความสามารถเชิงปริมาณ ความน่าเชื่อถือ และความปลอดภัยกับการประยุกต์ฐานข้อมูล และทำให้สร้างและจัดวางง่ายขึ้น ดังนั้น จึงลดความซับซ้อนและความน่าเบื่อเกี่ยวกับการจัดการฐานข้อมูล SQL Server 2005 รวมการสนับสนุนการบริหารมากขึ้นด้วย
ต้นกำเนิดคำสั่ง SQL Server ได้รับการพัฒนาโดย Sybase ในปลายทศวรรษ 1980 Microsoft, Sybase และ Ashton-Tate รวมมือในการผลิตเวอร์ชันแรกของผลิตภัณฑ์นี้เวอร์ชันแรก SQL Server 4.2 สำหรับ OS/2 นอกจากนี้ ทั้ง Sybase และ Microsoft เสนอผลิตภัณฑ์ SQL Server โดย Sybase เปลี่ยนชื่อผลิตภัณฑ์ของพวกเขาเป็น Adaptive Server Enterprise

MySQL

MySQL (มายเอสคิวแอล) เป็นระบบจัดการฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ (Relational Database Management System) โดยใช้ภาษา SQL แม้ว่า MySQL เป็นซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส แต่แตกต่างจากซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สทั่วไป โดยมีการพัฒนาภายใต้บริษัท MySQL AB ในประเทศสวีเดน โดยจัดการ MySQL ทั้งในแบบที่ให้ใช้ฟรี และแบบที่ใช้ในเชิงธุรกิจ


MySQL สร้างขึ้นโดยชาวสวีเดน 2 คน และชาวฟินแลนด์ ชื่อ David Axmark, Allan Larsson และ Michael "Monty" Widenius.
ปัจจุบันบริษัทซันไมโครซิสเต็มส์ (Sun Microsystems, Inc.) เข้าซื้อกิจการของ MySQL AB เรียบร้อยแล้ว ฉะนั้นผลิตภัณฑ์ภายใต้ MySQL AB ทั้งหมดจะตกเป็นของซัน
ชื่อ "MySQL" อ่านออกเสียงว่า "มายเอสคิวเอล" (maɪˌɛskjuːˈɛl)  หรือ "มายเอสคิวแอล" (ในการอ่านอักษร L ในภาษาไทย) ซึ่งทางซอฟต์แวร์ไม่ได้อ่าน มายซีเควล หรือ มายซีควล เหมือนกับซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูลตัวอื่น
MySQL เป็นที่นิยมใช้กันมากสำหรับฐานข้อมูลสำหรับเว็บไซต์ เช่น มีเดียวิกิ และ phpBB และนิยมใช้งานร่วมกับภาษาโปรแกรม PHP ซึ่งมักจะได้ชื่อว่าเป็นคู่ จะเห็นได้จากคู่มือคอมพิวเตอร์ต่างๆ ที่จะสอนการใช้งาน MySQL และ PHP ควบคู่กันไป นอกจากนี้ หลายภาษาโปรแกรมที่สามารถทำงานร่วมกับฐานข้อมูล MySQL ซึ่งรวมถึง ภาษาซี ซีพลัสพลัส ปาสคาล ซีชาร์ป ภาษาจาวา ภาษาเพิร์ล พีเอชพี ไพทอน รูบี และภาษาอื่น ใช้งานผ่าน API สำหรับโปรแกรมที่ติดต่อผ่าน ODBC หรือ ส่วนเชื่อมต่อกับภาษาอื่น (database connector) เช่น เอเอสพี สามารถเรียกใช้ MySQL ผ่านทางMyODBC,ADO,ADO.NET เป็นต้น

โปรแกรมช่วยในการจัดการฐานข้อมูล และ ทำงานกับฐานข้อมูล

ในการจัดการฐานข้อมูล MySQL คุณสามารถใช้โปรแกรมแบบ command-line เพื่อจัดการฐานข้อมูล (โดยใช้คำสั่ง: mysql และ mysqladmin เป็นต้น). หรือจะดาวน์โหลดโปรแกรมจัดการฐานข้อมูลแบบ GUI จากเว็บไซต์ของ MySQL ซึ่งคือโปรแกรม: MySQL Administrator และ MySQL Query Browser. เป็นต้น

ส่วนเชื่อมต่อกับภาษาการพัฒนาอื่น (database connector)

มีส่วนติดต่อ (interface) เพื่อเชื่อมต่อกับภาษาในการพัฒนา อื่นๆ เพื่อให้เข้าถึงฟังก์ชันการทำงานกับฐานข้อมูล MySQL ได้เช่น ODBC (Open Database Connector) อันเป็นมาตรฐานกลางที่กำหนดมาเพื่อให้ใช้เป็นสะพานในการเชื่อมต่อกับโปรแกรมหรือระบบอื่นๆ เช่น MyODBC อันเป็นไดรเวอร์เพื่อใช้สำหรับการเชื่อมต่อในระบบปฏิบัติการวินโดว์, JDBC คลาสส่วนเชื่อมต่อสำหรับ Java เพื่อใช้ในการติดต่อกับ MySQL และมี API (Application Programming Interface) ต่างๆมีให้เลือกใช้มากมายในการที่เข้าถึง MySQL โดยไม่ขึ้นอยู่กับภาษาการพัฒนาใดภาษาหนึ่ง
การใช้งาน
นอกเหนือจาก ตัวเชื่อมต่อกับภาษาอื่น (Connector) ที่ได้กล่าวมาแล้ว ยังมี API ที่สนับสนุนในขณะนี้คือ
  • DBI สำหรับการเชื่อมต่อกับ ภาษา perl
  • Ruby สำหรับการเชื่อมต่อกับ ภาษา ruby
  • Python สำหรับการเชื่อมต่อกับภาษา python
  • .NET สำหรับการเชื่อมกับภาษา .NET framework
  • MySQL++ สำหรับเชื่อมต่อกับภาษา C++
  • Ch สำหรับการเชื่อมต่อกับ Ch (C/C++ interpreter)
  • PHP สำหรับการเชื่อมต่อกับภาษาPHP
ยังมีโปรแกรมอีกตัว เป็นโปรแกรมบริหารพัฒนาโดยผู้อื่น ซึ่งใช้กันอย่างแพร่หลายและนิยมกันเขียนในภาษาพีเอชพี เป็นโปรแกรมเว็บแอปพลิเคชัน ชื่อ phpMyAdmin
ทั้ง MySQL server และ client libraries ถูกเผยแพร่ในลิขสิทธิ์ 2 แบบ ผู้ใช้สามารถเลือกได้ระหว่างลิขสิทธิ์ GNU General Public License  หรือลิขสิทธิ์ proprietary license
ผู้ใช้บางคนพัฒนาซอฟต์แวร์ต่อจากเวอร์ชันแรกๆของ client libraries ที่ใช้ลิขสิทธิ์ Lesser General Public License 

ไมโครซอฟท์แอคเซส (Microsoft Access)



ไมโครซอฟท์แอคเซส (Microsoft Access) คือ โปรแกรมเพื่อพัฒนาระบบฐานข้อมูล มีตารางเก็บข้อมูลและสร้างแบบสอบถามได้ง่าย มีวัตถุคอนโทลให้เรียกใช้ในรายงานและฟอร์ม สร้างมาโครและโมดูลด้วยภาษาเบสิก เพื่อประมวลผลตามหลักภาษาโครงสร้าง สามารถใช้โปรแกรมนี้เป็นเพียงระบบฐานข้อมูลให้โปรแกรมจากภายนอกเรียกใช้ก็ได้
ไมโครซอฟท์แอคเซส (Microsoft Access) ต่างกับ วิชวลเบสิก (Visual Basic) หรือ
วิชวลเบสิกดอทเน็ต (Visual Basic .Net) 
เพราะ วิชวลเบสิกไม่มีส่วนเก็บข้อมูลในตนเอง แต่สามารถพัฒนาโปรแกรมได้หลากหลาย เช่น พัฒนาโปรแกรมควบคุมอุปกรณ์ โปรแกรมประยุกต์ทางวิทยาศาสตร์ เกมส์ หรือเชื่อมต่อกับระบบฐานข้อมูลภายนอก เป็นภาษาที่เหมาะกับการพัฒนาโปรแกรมประยุกต์ (Application) ส่วนไมโครซอฟท์แอคเซสเหมาะสำหรับนักพัฒนาระบบฐานข้อมูลที่ไม่ต้องการโปรแกรมที่ซับซ้อน ความสามารถของโปรแกรมที่สำคัญคือสร้างตาราง แบบสอบถาม ฟอร์ม หรือรายงานในแฟ้มเดียวกันได้ ด้วยคุณสมบัติพื้นฐานและวิซซาร์ดจึงอำนวยให้พัฒนาโปรแกรมให้แล้วเสร็จได้ในเวลาอันสั้น มีเครื่องมือที่อำนวยความสะดวกในการพัฒนาระบบฐานข้อมูลอย่างครบถ้วน

Database คืออะไร

Database (ฐานข้อมูล) เป็นกลุ่มของข้อมูล ที่มีการจัดการเพื่อทำให้ เข้าถึง จัดการและปรับปรุงได้ง่าย ประเภทของฐานข้อมูล ที่เด่นมาก คือ relational database ซึ่งฐานข้อมูลเก็บข้อมูลในแบบของตาราง ทำให้สามารถจัดการและเข้าถึงได้หลายวิธี distributed database เป็นฐานข้อมูลที่สามารถกระจายและ replicate ระหว่างจุดต่าง ๆ บนเครือข่าย object-oriented programming database หมายถึงข้อมูลที่กำหนดในอ๊อบเจค class และ subclass

          Database เป็นที่เก็บรวบของเรคคอร์ดข้อมูล หรือไฟล์ เช่น รายการการขาย รายการผลิตภัณฑ์ คลังสินค้า หรือรายละเอียดของลูกค้า โดยปกติผู้จัดการฐานข้อมูลให้ผู้ใช้ สามารถควบคุมการอ่าน เขียน เข้าถึง ระบุการ การสร้างรายงาน และวิเคราะห์การใช้ ฐานข้อมูล และผู้จัดการฐานข้อมูล มีบทบาทเด่นในระบบเมนเฟรม ระบบเวิร์กสเตชัน ระบบขนาดกลาง เช่น AS 400 และคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ภาษา Structured Query Language เป็นภาษามาตรฐาน สำหรับการสร้าง คิวรี่ ในปรับปรุงฐานข้อมูล เช่น IBM's DB2, Microsoft Access , Sybase และ Computer Associates

วันพฤหัสบดีที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2557

ชนิดของเครือข่ายคอมพิวเตอร์

ชนิดของเครือข่ายคอมพิวเตอร์
                เครือข่ายคอมพิวเตอร์ สามารถจำแนกตามระยะทางของการเชื่อมต่อระหว่างการสื่อสารได้เป็น   4ประเภทดังนี้

1.               แพน (PAN) หรือเครือข่ายส่วนบุคคล เป็นเครือข่ายสำหรับการแลกเปลี่ยนสารสนเทศและบริการตลอดจนการใช้
งานอุปกรณ์ร่วมกัน
                  2. ระบบแวน (wide area networks : WAN) ระบบเครือข่ายบริเวณกว้างที่เชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ที่อยู่ห่าง ไกลกันข้ามจังหวัดหรือประเทศ ดังนั้น จึงต้องใช้ระบบสื่อสารโทรคมนาคมที่มีประสิทธิภาพสูงในระดับประเทศ เช่น ขององค์การ โทรศัพท์แห่งประเทศไทย สำหรับตัวกลางอาจเป็นคู่สายโทรศัพท์ธรรมดา สายเช่าวงจรไมโครเวฟ เส้นใยแก้วนำแสง สายเคเบิล แบบโคแอกเชียล หรือใช้ระบบ ดาวเทียมก็ได้ โดยพื้นฐานแล้ว ระบบเครือข่ายบริเวณกว้างเป็นระบบเครือข่ายสื่อสาร ที่สามารถใช้ส่ง สัญญาณ เสียง ภาพ และข้อมูลข้ามอาณาบริเวณไกล ๆ ได้
3.  ระบบแมน (17etropolitan area network : MAN) ระบบเครือข่ายบริเวณมหานครเป็นระบบที่เชื่อมคอมพิวเตอร์ซึ่ง อาจตั้งอยู่ห่างไกลกันในช่วง 5 ถึง 50 กิโลเมตร ปกติมักใช้สำหรับสื่อสารข้อมูล เสียง และภาพ ผ่านสาย โคแอกเชียลหรือเส้นใยแก้วนำแสง ผู้ใช้ระบบแมนมักเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่จำเป็น จะต้องติดต่อสื่อสารข้อมูลผ่าน ระบบ คอมพิวเตอร์ด้วยความเร็วสูงมาก โดยที่การสื่อสารนั้นจำกัดภายในบริเวณเมือง หรือมหานคร

4. ระบบแลน (local area networks : LAN) เป็นระบบเครือข่ายเฉพาะบริเวณที่เชื่อมโยง คอมพิวเตอร์ ที่ติดตั้งภายในตัวอาคารหลังเดียว หรือที่อยู่ในละแวกเดียวกัน การเชื่อมโยงมักใช้ตัวกลางสื่อสารของตัวเอง เป็นระบบที่เจ้าของ ควบคุมการปฏิบัติงานได้อย่างสมบูรณ์แบบด้วย

ประเภทเครื่องคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายคอมพิวเตอร์

ประเภทเครื่องคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายคอมพิวเตอร์
                 1.เซิร์ฟเวอร์ เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่ให้บริการต่าง ๆ โดยเครือข่ายต่าง ๆ สามารถมีเครื่องเซิร์ฟเวอร์กี่เครื่องก็ได้ตามต้องการ
 ชนิดของเครื่องคอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์
 ไฟล์เซิร์ฟเวอร์  (File Server)
เป็นเซิร์ฟเวอร์ที่ทำหน้าที่ในการจัดเก็บไฟล์ จะเสมือนฮาร์ดดิสก์รวมศูนย์ (Centerized disk storage)  เสมือนว่าผู้ใช้งานทุกคนมีที่เก็บข้อมูลอยู่ที่เดียว  เพราะควบคุม-บริหารง่าย การสำรองข้อมูลโดยการ Restore ง่าย 
พรินต์เซิร์ฟเวอร์  Print  Server
หนึ่งเหตุผลที่จะต้องมี  Print Server  ก็คือ เพื่อแบ่งให้พรินเตอร์ราคาแพงบางรุ่นที่ออกแบบมาใช้สำหรับการทำงานมาก ๆ เช่น HP Laser 5000 พิมพ์ได้ถึง 10 – 24 แผ่นต่อนาที พรินเตอร์สำหรับประเภทนี้  ความสามารถในการทำงานที่จะสูง
 แอพพลิเคชันเซิร์ฟเวอร์  (Application  Server)

Application  Server  คือ เซิร์ฟเวอร์ที่รันโปรแกรมประยุกต์ได้ โดยการทำงานสอดคล้องกับไคลเอ็นต์ 

เช่น  Mail  Server  ( รัน  MS  Exchange  Server )  Proxy  Server  (รัน Proxy Server)  หรือWeb Server 

(รัน Web Server Program เช่น Xitami , Apache’ )

  อินเตอร์เน็ตเซิร์ฟเวอร์ (Internet  Server)

                ปัจจุบันอินเตอร์เน็ตนั้น มีผลกระทบกับเครือข่ายในปัจจุบันเป็นอย่างมาก อินเตอร์เน็ตเป็นเครือข่ายที่

ขนาดใหญ่มากและมีผู้ใช้งานมากที่สุดในโลก เทคโนโลยีที่ทำให้อินเตอร์เน็ตเป็นที่นิยมก็คือ เว็บ และอีเมล เพราะ

สองแอพพลิเคชันทำให้ผู้ใช้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลและสื่อสารกันได้ง่ายและมีรวดเร็ว

เว็บเซิร์ฟเวอร์  (Web  Server)  คือ  เซิร์ฟเวอร์ที่ให้บริการข้อมูลในรูปแบบ  HTML  (Hyper text  Markup Language)
เมลเซิร์ฟเวอร์  (Mail Server)  คือ เซิร์ฟเวอร์ที่ให้บริการรับ – ส่ง จัดเก็บ และจัดการเกี่ยวกับอีเมลของผู้ใช้ 
 2. เวิร์กสเตชั่น (Workstation) เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่ว ๆ ไปที่สามารถทำการประมวลผลข้อมูลต่าง ๆ ได้
3. ไคลเอนต์ (Client) เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีการเรียกใช้ข้อมูลจากเซิร์ฟเวอร์
4. เทอร์มินัล (Terminal) เป็นอุปกรณ์ที่ประกอบไปด้วยจอภาพ แป้นพิมพ์ และอื่น ๆ เทอร์มินัลไม่สารถประมวลผลข้อมูลได้ด้วยตัวเองแต่ใช้การสื่อสารข้อมูลกับเซิร์ฟเวอร์เพื่อให้เซิร์ฟเวอร์ประมวลผลพร้อมทั้งแสดงผลที่จอเทอร์มินอล

โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์

โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (NETWORK TOPOLOGY)

คือ การนำคอมพิวเตอร์มาเชื่อมต่อกันเพื่อประโยชน์ของการสื่อสารรูปแบบการจัดวางคอมพิวเตอร์ การเดินสายสัญญาญคอมพิวเตอร์ในเครือข่าย รวมถึงหลักการไหลเวียนข้อมูลในเครือข่ายสามารถทำได้หลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละแบบก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกันเครือข่ายคอมพิวเตอร์สามารถแบ่งตามลักษณะของการเชื่อมต่อหลักได้ดังนี้
1. เครือข่ายแบบบัส (bus topology) เป็นเครือข่ายที่เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่าง ๆ ด้วยสายเคเบิ้ลยาว ต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ โดยจะมีคอนเน็กเตอร์เป็นตัวเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์เข้ากับสายเคเบิ้ล ในการส่งข้อมูล จะมีคอมพิวเตอร์เพียงตัวเดียวเท่านั้นที่สามารถส่งข้อมูลได้ในช่วงเวลาหนึ่งๆ การจัดส่งข้อมูลวิธีนี้จะต้องกำหนดวิธีการ ที่จะไม่ให้ทุกสถานีส่งข้อมูลพร้อมกัน เพราะจะทำให้ข้อมูลชนกัน วิธีการที่ใช้อาจแบ่งเวลาหรือให้แต่ละสถานีใช้ความถี่ สัญญาณที่แตกต่างกัน การเซตอัปเครื่องเครือข่ายแบบบัสนี้ทำได้ไม่ยากเพราะคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์แต่ละชนิด ถูกเชื่อมต่อด้วยสายเคเบิ้ลเพียงเส้นเดียวโดยส่วนใหญ่เครือข่ายแบบบัส มักจะใช้ในเครือข่ายขนาดเล็ก ซึ่งอยู่ในองค์กรที่มีคอมพิวเตอร์ใช้ไม่มากนัก
ข้อดีของการเชื่อมต่อแบบบัส คือ ใช้สื่อนำข้อมูลน้อย ช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่าย และถ้าเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องใดเครื่องหนึ่งเสียก็จะไม่ส่งผลต่อการทำงานของระบบโดยรวม แต่มี
ข้อเสียคือ การตรวจจุดที่มีปัญหา กระทำได้ค่อนข้างยาก และถ้ามีจำนวนเครื่องคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายมากเกินไป จะมีการส่งข้อมูลชนกันมากจนเป็นปัญหา
ข้อจำกัด คือ จำเป็นต้องใช้วงจรสื่อสารและซอฟต์แวร์เข้ามาช่วยเพื่อหลีกเลี่ยงการชนกันของสัญญาณข้อมูล และถ้ามีอุปกรณ์ตัวใดตัวหนึ่งเสียหาย อาจส่งผลให้ทั้งระบบหยุดทำงานได้

2. โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบวงแหวน (ring topology)
เป็นเครือข่ายที่เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ด้วยสายเคเบิลยาวเส้นเดียว ในลักษณะวงแหวน การรับส่งข้อมูลในเครือข่ายวงแหวน จะใช้ทิศทางเดียวเท่านั้น เมื่อคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งส่งข้อมูล มันก็จะส่งไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องถัดไป ถ้าข้อมูลที่รับมาไม่ตรงตามที่คอมพิวเตอร์เครื่องต้นทางระบุ มันก็จะส่งผ่านไปยัง คอมพิวเตอร์เครื่องถัดไปซึ่งจะเป็นขั้นตอนอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะถึงคอมพิวเตอร์ปลายทางที่ถูกระบุตามที่อยู่

ข้อดีของโครงสร้าง เครือข่ายแบบวงแหวนคือ ใช้สายเคเบิ้ลน้อย และถ้าตัดเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เสียออกจากระบบ ก็จะไม่ส่งผลต่อการทำงานของระบบเครือข่ายนี้ และจะไม่มีการชนกันของข้อมูลที่แต่ละเครื่องส่ง
ข้อจำกัด ถ้าเครื่องใดเครื่องหนึ่งในเครือข่ายเสียหาย อาจทำให้ทั้งระบบหยุดทำงานได้


3. โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบดาว (Star Network) เป็นเครือข่ายที่เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ เข้ากับอุปกรณ์ที่เป็น จุดศูนย์กลาง ของเครือข่าย โดยการนำสถานีต่าง ๆ มาต่อร่วมกันกับหน่วยสลับสายกลางการติดต่อสื่อสารระหว่างสถานีจะกระทำได้ ด้วยการ ติดต่อผ่านทางวงจรของหน่วนสลับสายกลางการทำงานของหน่วยสลับสายกลางจึงเป็นศูนย์กลางของการติดต่อ วงจรเชื่อมโยงระหว่างสถานีต่าง ๆ ที่ต้องการติดต่อกัน
ข้อดี คือ ถ้าต้องการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ก็สามารถทำได้ง่ายและไม่กระทบต่อเครื่องคอมพิวเตอร์อื่นๆ ในระบบ
ข้อเสีย คือ ค่าใช้จ่ายในการใช้สายเคเบิ้ลจะค่อนข้างสูง และเมื่อฮับไม่ทำงาน การสื่อสารของคอมพิวเตอร์ทั้งระบบก็จะหยุดตามไปด้วย ข้อจำกัด ถ้าฮับเสียหายจะทำให้ทั้งระบบต้องหยุดซะงัก และมีความสิ้นเปลืองสายสัญญาณมากกว่าแบบอื่นๆ

 4. โครงสร้างเครือข่ายแบบผสม (Hybrid Topology) คือ เป็นเครือข่ายที่ผสมผสานกันทั้งแบบดาว, วงแหวน และบัส เช่น วิทยาเขตขนาดเล็กที่มีหลายอาคาร เครือข่ายของแต่ละอาคารอาจใช้แบบบัสเชื่อมต่อกับอาคารอื่นๆที่ใช้แบบดาว และแบบวงแหวน

แผนผังการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์
เครือข่ายคอมพิวเตอร์ หรือ คอมพิวเตอร์เน็ตเวิร์ก คือ ระบบการสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์จำนวนตั้งแต่สองเครื่องขึ้นไป
การที่ระบบเครือข่ายมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในปัจจุบัน เพราะมีการใช้งานคอมพิวเตอร์อย่างแพร่หลาย จึงเกิดความต้องการที่จะเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เหล่านั้นถึงกัน เพื่อเพิ่มความสามารถของระบบให้สูงขึ้น และลดต้นทุนของระบบโดยรวมลง
การโอนย้ายข้อมูลระหว่างกันในเครือข่าย ทำให้ระบบมีขีดความสามารถเพิ่มมากขึ้น การแบ่งการใช้ทรัพยากร เช่น หน่วยประมวลผล, หน่วยความจำ, หน่วยจัดเก็บข้อมูล,โปรแกรมคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่มีราคาแพงและไม่สามารถจัดหามาให้ทุกคนได้ เช่น เครื่องพิมพ์ เครื่องกราดภาพ (scanner) ทำให้ลดต้นทุนของระบบลงได้ น๊ะจ๊ะ
ชนิดของเครือข่าย
เครือข่าย เป็นการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ 2 เครื่องขึ้นไปเข้าด้วยกัน เพื่อสะดวกต่อการร่วมใช้ข้อมูล, โปรแกรม หรือเครื่องพิมพ์ และยังสามารถอำนวยความสะดวกในการติดต่อแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างเครื่องได้ตลอดเวลา ระบบเครือข่ายจะถูกแบ่งออกตามขนาดของเครือข่าย ซึ่งปัจจุบันเครือข่ายที่รู้จักกันดีมีอยู่ 3 แบบ ได้แก่
  • เครือข่ายภายใน หรือ แลน (Local Area Network: LAN) เป็นเครือข่ายที่ใช้ในการ เชื่อมโยงกันในพื้นที่ใกล้เคียงกัน เช่นอยู่ในห้อง หรือภายในอาคารเดียวกัน
  • เครือข่ายวงกว้าง หรือ แวน (Wide Area Network: WAN) เป็นเครือข่ายที่ใช้ในการ เชื่อมโยงกัน ในระยะทางที่ห่างไกล อาจจะเป็น กิโลเมตร หรือ หลาย ๆ กิโลเมตร
  • เครือข่ายงานบริเวณนครหลวง หรือ แมน (Metropolitan area network : MAN)
และยังมีอีกสองเครือข่ายที่ยังมีเพิ่มเติมอีกคือ
  • เครือข่ายของการติดต่อระหว่างไมโครคอนโทรลเลอร์ หรือ แคน (Controller area network) : CAN) เป็นเครือข่ายที่ใช้ติดต่อกันระหว่างไมโครคอนโทรลเลอร์ (Micro Controller unit: MCU)
  • เครือข่ายส่วนบุคคล หรือ แพน (Personal area network) : PAN) เป็นเครือข่ายไร้สาย
 อุปกรณ์เครือข่าย
  • เซิร์ฟเวอร์ (Server) หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เครืองแม่ข่าย เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์หลักในเครือข่าย ที่ทำหน้าที่จัดเก็บและให้บริการไฟล์ข้อมูลและทรัพยากรอื่นๆ กับคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น ๆ ใน เครือข่าย โดยปกติคอมพิวเตอร์ที่นำมาใช้เป็นเซิร์ฟเวอร์มักจะเป็นเครื่องที่มีสมรรถนะสูง และ
มีฮาร์ดดิกส์ความจำสูงกว่าคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น ๆ ในเครือข่าย .
  • ไคลเอนต์ (Client) หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เครื่องลูกข่าย เป็นคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายที่ร้องขอ บริการและเข้าถึงไฟล์ข้อมูลที่จัดเก็บในเซิร์ฟเวอร์ หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ ไคลเอนต์ เป็นคอมพิวเตอร์ ของผู้ใช้แต่ละคนในระบบเครือข่าย
  • ฮับ (HUB) หรือ เรียก รีพีทเตอร์ (Repeater) คืออุปกรณ์ที่ใช้เชื่อมต่อกลุ่มคอมพิวเตอร์ ฮับ มีหน้าที่รับส่งเฟรมข้อมูลทุกเฟรมที่ได้รับจากพอร์ตใดพอร์ตหนึ่ง ไปยังพอร์ตที่เหลือ คอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อเข้ากับฮับจะแชร์แบนด์วิธหรืออัตราข้อมูลของเครือข่าย เพราะฉะนั้นถ้ามีคอมพิวเตอร์เชื่อมต่อมากจะทำให้อัตราการส่งข้อมูลลดลง
  • สวิตซ์ (Switch) คืออุปกรณ์เครือข่ายที่ทำหน้าที่ในเรเยอร์ที่ 2 และทำหน้าที่ส่งข้อมูลที่ได้รับมาจากพอร์ตหนึ่งไปยังพอร์ตเฉพาะที่เป็นปลายทางเท่านั้น และทำให้คอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกับพอร์ตที่เหลือส่งข้อมูลถึงกันในเวลาเดียวกัน ดังนั้น อัตราการรับส่งข้อมูลหรือแบนด์วิธจึงไม่ขึ้นอยู่กับคอมพิวเตอร์ ปัจจุบันนิยมเชื่อมต่อแบบนี้มากกว่าฮับเพราะลดปัญหาการชนการของข้อมูล
  • เราเตอร์ (Router)เป็นอุปรณ์ที่ทำหน้าที่ในเลเยอร์ที่ 3 เราท์เตอร์จะอ่านที่อยู่ (Address) ของสถานีปลายทางที่ส่วนหัว (Header) ข้อแพ็กเก็ตข้อมูล เพื่อที่จะกำหนดและส่งแพ็กเก็ตต่อไป เราท์เตอร์จะมีตัวจัดเส้นทางในแพ็กเก็ต เรียกว่า เราติ้งเทเบิ์ล (Routing Table) หรือตารางจัดเส้นทางนอกจากนี้ยังส่งข้อมูลไปยังเครือาข่ายที่ให้โพรโทคอลต่างกันได้ เช่น IP (Internet Protocol) , IPX (Internet Package Exchange) และ AppleTalk นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อกับเครือข่ายอื่นได้ เช่น เครือข่ายอินเทอร์เน็ต
  • บริดจ์ (Bridge) เป็นอุปกรณ์ที่มักจะใช้ในการเชื่อมต่อวงแลน (LAN Segments) เข้าด้วยกัน ทำให้สามารถขยายขอบเขตของ LAN ออกไปได้เรื่อยๆ โดยที่ประสิทธิภาพรวมของระบบ ไม่ลดลงมากนัก เนื่องจากการติดต่อของเครื่องที่อยู่ในเซกเมนต์เดียวกันจะไม่ถูกส่งผ่าน ไปรบกวนการจราจรของเซกเมนต์อื่น และเนื่องจากบริดจ์เป็นอุปกรณ์ที่ทำงานอยู่ในระดับ Data Link Layer จึงทำให้สามารถใช้ในการเชื่อมต่อเครือข่ายที่แตกต่างกันในระดับ Physical และ Data Link ได้ เช่น ระหว่าง Eternet กับ Token Ringเป็นต้น
บริดจ์ มักจะถูกใช้ในการเชื่อมเครือข่ายย่อย ๆ ในองค์กรเข้าด้วยกันเป็นเครือข่ายใหญ่ เพียงเครือข่ายเดียว เพื่อให้เครือข่ายย่อยๆ เหล่านั้นสามารถติดต่อกับเครือข่ายย่อยอื่นๆ ได้
  • เกตเวย์ (Gateway) เกตเวย์ เป็นอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่เชื่อมต่อเครือข่ายต่างประเภทเข้าด้วยกัน เช่น การใช้เกตเวย์ในการเชื่อมต่อเครือข่าย ที่เป็นคอมพิวเตอร์ประเภทพีซี (PC) เข้ากับคอมพิวเตอร์ประเภทแมคอินทอช (MAC)